วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โลกของเรา...จะเป็นยังไง

. โลกจะถูกหลุมดำดูด

ริชาร์ด วิลสัน ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์จากศูนย์วิจัยมัลลินก์ครอดต์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ประมาณ 7 ปีก่อน ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ
บรูคเฮฟเวนในนิวยอร์กได้สร้างเครื่องชนไอออนหนักที่เรียกว่า Relativistic Heavy Ion Collider ขึ้นมาเนื่องจากมีความกังวลว่า สสารที่มี
ความหนาแน่นอาจก่อรูปขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในสมัยนั้นจัดว่าเป็นเครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างขึ้นมา

เพื่อให้ไอออนทองคำชนกันด้วยแรงมหาศาล ซึ่งอาจทำให้เกิดความหนาแน่นพอที่จะทำให้เกิดหลุมดำขึ้นมาได้จากพลังที่ดูดสสารข้างนอก
ห้องแล็บบรูคทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่า เครื่องเร่งปฏิกิริยาตัวใหม่นี้จะทำให้เกิดหลุมดำขึ้นและทำให้โลกอวสานได้หรือไม่

"เมื่อดูจากข้อมูลที่เราได้ศึกษาจากหลุมดำที่อยู่นอกอวกาศ เราได้ทำการคำนวณเพื่อศึกษาว่าเครื่องเร่งอนุภาคของบรูคเฮฟเวนจะสามารถทำให้เกิด
หลุมดำได้หรือไม่ ซึ่งเราค่อนข้างแน่ใจว่า การทดลองในห้องแล็บจะไม่ทำให้เกิดหลุมดำ และโลกจะไม่ถูกกลืนหายไปจากการชนของอนุภาคเหล่านี้

- โอกาสที่โลกจะถูกหลุมดำกลืนใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้น้อยอย่างยิ่ง

- ระดับอันตราย : 10


9. ภูเขาไฟระเบิด

าสตราจารย์ บิล แมคกุยรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติเบนฟิลด์จากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน และยังเป็นสมาชิกคณะทำงาน
ศึก
ษาภัยธรรมชาติของโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ พูดถึงเรื่องนี้ว่า "โดยเฉลี่ยแล้วทุก 50,000 ปี โลกจะเกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง
ซึ่งจะส่งเถ้าถ่านภูเขาไฟที่ถูกพ่นออกมาจะปกคลุมพื้นที่ราว 1,000 ตารางกิโลเมตร ทวีปที่อยู่ใกล้เคียง จะเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน และก๊าซซัลเฟอร์จะ
ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นม่านกรดซัลฟูริกคลุมรอบโลก ทำให้แสง
แดดไม่สามารถส่องลงมายังพื้นโลกได้ กลางวันจะดูไม่ต่างไปจากกลางคืนวันเพ็ญ

ทว่าความเสียหายครั้งสำคัญจากภูเขาไฟระเบิดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ คือภูเขาไฟ โทบา บนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เมื่อ 74,000 ปีก่อน
เนื่องจากเกิดระเบิดใกล้กับเส้นศูนย์สูตรทำให้ก๊าซกระจายไปยังซีกโลกเหนือและใต้อย่างรวดเร็ว เมื่อศึกษาแกนน้ำแข็งทำให้รู้ว่า เหตุการณ์
ครั้งนั้นส่งผลให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว 5-6 ปีหลังจากนั้น โดยพื้นที่แถบเส้นทรอปิคมีสภาพเย็นเป็นน้ำแข็ง

"โอกาสที่จะเกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่เป็นไปได้มากกว่าอุกกาบาตขนาดใหญ่ชนโลก 12 เท่า แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในชั่วอายุคน
ปัจจุบันนี้มีเพียง 0.15% ส่วนสถานที่ที่ควรจับตาดูคือ บริเวณที่เคยเกิดระเบิดในอดีต เช่น เยลโล่สโตน ในสหรัฐ และโทบา แต่พื้นที่บริเวณ
อื่นในโลกที่น่ากังวลมากกว่าคือ อาจเกิดภูเขาไฟระเบิดรุนแรงในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างเช่นบริเวณป่าฝนอะเมซอน"

- ความเป็นไปได้ที่จะเกิดภูเขาไฟระเบิดรุนแรงใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้สูงมาก
- ระดับอันตราย : 7


8. แรงระเบิดจากรังสีคอสมิกจากการระเบิดของดาว

เนียร์ ชาวีฟ อาจารย์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮิบรู ในเยรูซาเล็ม อิสราเอล กล่าวว่า ทุกสองสามทศวรรษ ดาวขนาดใหญ่ที่อยู่ในจักรวาลทางช้างเผือก
จะหมดพลังงานและเกิดระเบิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า ซูเปอรโนวา รังสีคอสมิก (อนุภาคพลังงานระดับสูงอย่าง รังสีแกมมา) จะแผ่รังสีออกไปทุกทิศทาง

และถ้าโลกอยู่ในวิถีของรังสี จะทำให้เกิดยุคน้ำแข็งขึ้น ถ้าโลกมีอากาศที่หนาวเย็นอยู่แล้ว รังสีคอสมิกจากการระเบิดของดาวอาจทำให้โลกกลาย
เป็นไอติม และอาจทำให้สัตว์สายพันธุ์ต่างๆ สูญพันธุ์ โลกมีความเสี่ยงสูงเมื่อโคจรผ่านเกลียวของดาราจักรทางช้างเผือก ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดซูเปอร์
โนวามากที่สุด การระเบิดซูเปอร์โนวาจะเกิดขึ้นทุก 150 ล้านปี

- โอกาสที่โลกจะเผชิญกับซูเปอร์โนวาใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้น้อย
- ระดับอันตราย : 4


7. หุ่นยนต์ครองโลก

ฮันส์ โมราเวก ศาสตราจารย์จากสถาบันหุ่นยนต์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ในเมืองพิตต์สเบิร์ก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ระบบการควบคุมด้วยหุ่นยนต์
มีความสลับซับซ้อนในการประมวลผลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปี หรือทุกสองปี แต่ความซับซ้อนของมันตอนนี้ยังอยู่ในระดับแค่สัตว์มีกระดูกสันหลัง
ชั้นต่ำ แต่ในอีก 50 ปีข้างหน้าความสามารถในการคิดซับซ้อนของหุ่นยนต์จะไล่ตามทันมนุษย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 ผมทำนายว่า จะมีหุ่นยนต์ที่มีพลัง
สมองทัดเทียมมนุษย์ โดยจะสามารถคิดในเชิงนามธรรม และแสดงความเห็นได้

- โอกาสที่จะมีหุ่นยนต์ที่มีความสามารถทางปัญญาเป็นเลิศใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้สูง
- ระดับอันตราย : 8


6. อุกกาบาตชนโลก

โดนัลด์ เยาแมนส์ ผู้จัดการสำนักงานโครงการวัตถุใกล้โลกของนาซา จากห้องปฏิบัติการระบบขับเคลื่อนไอพ่นในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ มีความเห็นว่า
"ความเสี่ยงที่เราจะตายจากอุกกาบาตพุ่งชนเปรียบคร่าวๆ เหมือนกับโอกาสที่เราจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก อุกกาบาตที่จะทำให้
ความรุ่งเรืองของมนุษย์ต้องสูญสิ้นนั้นต้องเป็นอุกกาบาตที่มีขนาดกว้าง หรือยาวประมาณ 1.5 กม.

เราคาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกล้านปีโดยเฉลี่ย อันตรายที่เกี่ยวข้องกับอุกกาบาตชนโลกนั้นรวมถึงปริมาณฝุ่นจำนวนมหาศาล
ที่ลอยขึ้นไปในอวกาศจนปิดกั้นไม่ให้แสงแดดส่องลงมาบนพื้นโลกนานหลายสัปดาห์ ซึ่งจะมีผลต่อต้นไม้และพืชไร่ ที่ค้ำจุนสิ่งมีชีวิต อาจจะเกิด
ไฟไหม้ทั่วโลกอันเป็นผลมาจากความร้อนพุ่งออกมาจากใต้พื้นโลก และยังเกิดฝนกรดที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก ผลกระทบดังที่เอ่ยมานี้แม้
จะเกิดในช่วงระยะเวลาสั้น ดังนั้น สิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวเองได้ดีที่สุดอย่างแมลงสาป และมนุษย์ เป็นต้น ยังมีชีวิตอยู่รอดได้"

- โอกาสที่โลกจะถูกอุกกาบาตพุ่งชนใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้ปานกลาง
- ระดับอันตราย : 5


5. สงครามนิวเคลียร์

พลอากาศเอกลอร์ด การ์เดน โฆษกกระทรวงกลาโหมประจำพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งสหราชอาณาจักร และผู้แต่งหนังสือเรื่อง
Can Deterrence Last ?

"ในเชิงทฤษฎีแล้ว สงครามนิวเคลียร์อาจทำลายความรุ่งเรืองของมนุษย์ แต่ในทางปฏิบัติ ผมคิดว่าอันตรายดังกล่าวอาจผ่านพ้นไปแล้ว ปัจจุบัน
มีจุดที่อาจก่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์อยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ตะวันออกกลาง อินเดีย-ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ แน่นอนว่าเกาหลีเหนือเป็นจุด
ที่น่าวิตกมากที่สุด

เนื่องจากมีกองทัพรูปแบบเก่าพร้อมจะลั่นไกก่อสงครามได้โดยไม่ตั้งใจ แต่ผมอยากที่จะเชื่อว่ายังมีอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์
อยู่ เนื่องจากเราได้พัฒนาระบบระหว่างประเทศที่ยับยั้งการใช้อาวุธนิวเคลียร์

"ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ในระดับโลกนั้นต่ำมาก แม้ว่ายังมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีประเทศนอกคอก หรือพวกหัวรุนแรงอยู่ก็ตาม"

- โอกาสที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ใน 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้ต่ำ
- ระดับอันตราย : 8


4. การก่อการร้าย

ศาสตราจารย์พอล วิลคินสัน ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาประจำศูนย์ศึกษาการก่อการร้าย และความรุนแรงด้านการเมือง มหาวิทยาลัย
เซนต์แอนดรูว์ สหราชอาณาจักร ให้ทัศนะว่า
"สังคมทุกวันนี้มีความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มที่อาฆาตมาดร้ายสามารถหาวัสดุที่จะนำมาใช้ก่อการได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง
เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการสร้างอาวุธทำลายสูง การก่อการร้ายที่ส่งผลให้เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมากในปัจจุบันคืออาวุธชีวภาพ และ
อาวุธเคมี การปล่อยเชื้อบางอย่างเป็นจำนวนมากๆ อย่างเช่น แอนแทรกซ์ ไวรัสฝีดาษ อาจส่งผลกระทบอย่างมหาศาล และการติดต่อสื่อสาร
ระหว่างพรมแดนในยุคใหม่จะทำให้กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว

"ในสังคมเปิด ซึ่งเราสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ เราไม่สามารถจะหยุดยั้งการจู่โจมได้เลย และมีความเป็นไปได้สูงมากว่า
จะเกิดการโจมตีขึ้นสักแห่งในโลกในชั่วอายุของเรานี้"

- โอกาสที่จะเกิดการโจมตีด้วยการก่อการร้ายครั้งใหญ่ในช่วง 70 ปีหน้า : เป็นไปได้สูงมาก
- ระดับอันตราย : 2


3. การระบาดของเชื้อไวรัส

ศาสตราจารย์มาเรีย แซมบอน นักไวรัสวิทยาและหัวหน้าห้องปฏิบัติการเชื้อไข้หวัดใหญ่ของสำนักงานป้องกันสุขภาพแห่งราชอาณาจักรอังกฤษ
มองว่า "เมื่อปลายศตวรรษก่อน เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง 4 รอบ พร้อมกับการระบาดของเชื้อเอชไอวีและซาร์ส การระบาด
ครั้งใหญ่ทั่วโลกจะเกิดขึ้นทุกรอบร้อยปี และคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดอย่างน้อยอีกครั้งในอนาคต ณ ขณะนี้

เชื้อที่สร้างความหวาดวิตกมากที่สุดคือเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 5 ที่ระบาดในไก่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าไวรัสตัวนี้เรียนรู้วิธีการส่ง
เชื้อจากคนสู่คนแล้ว การระบาดจะแพร่ลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี ค.ศ. 1918 ได้คร่าชีวิตประชากรโลกไปแล้ว 20
ล้านคน ภายในปีเดียว มากกว่าคนที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งด้วยซ้ำไป หากเกิดการระบาดอีกครั้งตอนนี้ก็คงส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่า"

- โอกาสที่จะเกิดการระบาดของไวรัสในอีก 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้สูง
- ระดับอันตราย :3


2. การเสื่อมสภาพของเทโลเมียร์

เรนฮาร์ด สตินด์ล แพทย์จากมหาวิทยาลัยเวียนนา บอกว่าสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์มี "นาฬิกาแห่งวิวัฒนาการ" อยู่ในตัวเวลาของนาฬิกาชีวภาพนี้
จะเดินผ่านจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง เป็นการเดินถอยหลังจนถึงเวลาที่นำไปสู่ยุคสูญพันธุ์อย่างเลี่ยงไม่ได้

"เทโลเมียร์สเป็นส่วนปลายที่ปิดโครโมโซมมีอยู่ในสัตว์ทุกตัว ถ้าไม่มีเทโลเมียร์สแล้ว โครโมโซมอาจไม่มั่นคง แต่ละครั้งที่เซลล์แบ่งตัวมันจะไม่
ก๊อบปี้เทโลเมียร์สอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และตลอดชั่วอายุของเราเทโลเมียร์สจะหดสั้นลง สั้นลง เนื่องจากเซลล์เพิ่มจำนวนตัวเอง ในที่สุดแล้ว
เมื่อมันหดสั้นจู๋ เราก็เริ่มมีโรคที่เกี่ยวกับชราภาพมาคุกคาม อย่างเช่น มะเร็ง อัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบ

สะท้อนถึงกระบวนการชราภาพของแต่ละคน และเมื่อเทโลเมียร์สถูกส่งผ่านมาเป็นพันรุ่นมันจะเริ่มกร่อนจนถึงระดับวิกฤติ เมื่อถึงวันนั้นเราจะพบ
ว่าโรคที่เกี่ยวกับคนชราจะระบาดไปทั่วตั้งแต่อายุยังน้อย จนสุดท้ายจะทำให้เกิดภาวะประชากรขาดแคลน การกร่อนของเทโลเมียร์สอาจใช้อธิบาย
การสูญพันธุ์ของมนุษย์บางสายพันธุ์ได้ อาทิ นีแอนเดอร์ธัล โดยไม่ต้องเอาปัจจัยภายนอกอย่างการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศมาพิจารณา"

- โอกาสที่จะเกิดภาวะประชากรลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 70 ปีข้างหน้า : เป็นไปได้น้อย
- ระดับอันตราย : 8


1. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ


นิค บรูค ผู้ช่วยวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิจัยสภาพเปลี่ยนแปลงของอากาศไทนดัล ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยอีสต์แองเจียล สหราชอาณาจักรอังกฤษ
ให้ความเห็นว่า

"ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ปัญหาภาวะเรือนกระจกจะทวีความรุนแรงขึ้น และอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียส อากาศร้อน
ระดับนี้ถือว่าสูงกว่าที่โลกเคยเผชิญเมื่อหนึ่งล้านห้าแสนปีก่อน สิ่งเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นอาจทำให้อากาศในหลายภูมิภาคของโลกเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรโลก และทำให้ระบบสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันพังทลายไปทั่ว ตามมาด้วย
การอพยพของผู้คนจำนวนมหาศาล และเกิดปัญหาขัดแย้งจากการแย่งชิงทรัพยากร เนื่องจากพื้นที่ที่เหมาะกับการดำรงชีวิตของมนุษย์จะเริ่มเหลือ
น้อยลง ผมไม่คิดว่า อากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ไปหรอกนะ แต่แน่นอนว่ามันจะทำให้เกิดการสูญเสียอย่างหนัก"

- โอกาสที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียสในอีก 70 ปี (เป็นระดับที่พิจารณาว่าเป็นอันตรายต่อสหภาพยุโรป) : เป็นไปได้สูง
- ระดับอันตราย : 6

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ใคร คือ ต้นตระกูลไทย

พระเจ้าเหา
หลายๆ คนคงเคยได้ยิน หรือเคยพูดคำๆ ว่า พระเจ้าเหา ใช่หรือไม่ แล้วเราเคยทราบไหมว่า พระเจ้าเหา คือใคร เออ อันนีก็น่าคิด

คำว่า "พระเจ้าเหา" นี้ใช้อ้างอิงกันบ่อยมาก ในกรณีที่ผู้พูดต้องการเน้นว่าเรื่องที่ตนพูดเป็นเรื่องโบราณเต็มที แต่มักไม่ใคร่มีใครทราบว่า "พระเจ้าเหา" นั้นมีองค์จริง หรือเรื่องราวปรากฎอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีความว่า พระเจ้าเสียวเหา หรือ พระเจ้าเหา(น้อย) เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าหว่างตี้ ราชวงค์ที่1 ปฐมกษัตริย์ของจีน ครองราชย์ 2145-2055 ปี ก่อนพุทธศักราช อยู่ในราชสมบัติ 100 ปี มีพระอัครชายา 5 องค์ พระนางชีเลงสี พระมารดาพระเจ้าเหา(น้อย) เป็นพระอัคนชายาที่1 มีพระโอรส 3 องค์ คือ 1. ชังฮี 2. พระเจ้าเหา(น้อย) 3. หล่งเมี้ยว พระเจ้าเหา(น้อย)เป็นพระโอรส อันดับที่ 2 พระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อปีมะโรง 2045 ปี ก่อนพุทธศักราช และสวรรคตเมื่อ ปีเถาะ 1971 ปี ก่อนพุทธศักราช พระองค์เป็นต้นตระกูลไทย
ในบันทึกประวัติศาตร์จีน มีชัดแจ้งอยู่ว่า เชื้อพระวงศ์พระเจ้าเหานี้ ได้รับพระราชทานตราตั้ง ราชกูล "ไทไท" เป็นฐานันดรศักดิ์ประจำตระกูล ฉะนั้นพระเจ้าเหาจึงนับว่าทรงเป็น ต้นตระกูลไทย และว่าเป็น บรรพบุรุษของไทย ดังที่บรรพบุรุษไทยแต่โบราณกาลมักอ้างเสมอว่า “ คนไทยนี้เป็นลูกหลานพระเจ้าเหา ” ที่น่าสังเกตคือ มีคำพูดอันหมายถึงเก่าแก่เหลือเกิน ติดปากคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้ว่า “ โอ๊ย เก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาโน่น ”
พระมหากษัตริย์ ต้นตระกูลไทยพระบรมศพนี้อยู่ ณ เมืองจูฟู มณฑลซานตุง (ซัวตัง)


ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/28502.html จากหนังสือ ประวัติการสัมพันธ์ระหว่างชาติไทยกับชาติจีน โดย ลิขิต ฮุนตระกูล

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ยามเย็น















ยามเย็น ๆ
วันนั้นฉันหยิบกล้องติดตัวไปด้วย เห็นท้องฟ้ากำลังสวย เลยฉวยโอกาสคว้ากล้องขึ้นมา ถ่ายซักภาพซิ
โอ้ ก็สวยดี อีกซักภาพซิ อืม ใช้ได้ เลยได้ภาพ ยามเย็น ที่เห็น
หัวใจลอยไป คิดถึงบางอย่าง สิ่งที่ฉันต้องการคืออะไร สิ่งที่ฉันใฝ่ฝันเป็นอย่างไร
ตอบตัวเองไม่ได้ เพราะยังมีอย่างอื่นที่มากมายให้คิด มากกว่าคิดถึงแต่ตัวเอง
ยามเย็นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าวันนี้กำลังจะสิ้นสุดแล้วซินะ พรุ่งนี้เราก็ต้องมาต่อสู้กันใหม่บนโลกกลมๆ ใบนี้
ยามเย็นในโลกของใครบางคน เป็นสิ่งที่บ่งบอกเค้าว่าชีวิตกำลังเริ่มต้น เริ่มต่อสู้
โลกนี้ยังมีความแตกต่าง ยังมีอะไรที่เรายังไม่เข้าใจอีกมากมาย
ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจในทุกๆสิ่งหรอก แต่ขอเพียงให้เข้าใจความรู้สึกของตนเอง
เข้าใจตนเองก็เพียงพอ


วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เสม็ด....ไม่เสร็จ










































ช่วงวันหยุดยาว วันเข้าพรรษา หลายๆคนก็คงจะเข้าวัดฟังธรรม ทำบุญตักบาตรกัน แต่ฉันกลับไปเที่ยว อิอิ ใจจริงน่ะก็อยากจะทำบุญอยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้ว่าวัดอยู่ตรงไหนอะ ไม่มีรถด้วย ก็เลยเป็นปีแรกเลยที่ไม่ได้ทำบุญ




ช่วงวันหยุดยาวอย่างนี้ ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ว่างเป็นไม่ได้ก็อยากจะหาเรื่องเที่ยว (หาเรื่องเสียตังค์) ไปไม่ใกล้ ไม่ไกล ที่ระยอง เสม็ด เสร็จทุกราย (ไหม ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือว่าฉันไม่....ฮ่าฮ่า) การเดินทางในครั้งนี้เป็นอะไรที่ vip มากๆ ตั้งเดินทางขึ้นรถทัวร์ สายกรุงเทพฯ - ระยอง สายเก่า ฉันก็คิดไว้แล้วว่าถ้าเดินทางอย่าดื่มน้ำเยอะ แต่ก็จนได้ ปวดระหว่างทางค่ะ อดทนอดกลั้นจนถึงขีดสุดแล้ว เอาเป็นว่าถ้ารถตกหลุมสักหลุมมีอันเป็นต้องราดแน่นอน พี่โชเฟอร์แกก็สุดแสนจะใจดี ซึ่งฉันก็เกรงใจผู้โดยสารคนอื่นๆ บนรถอยู่อะนะ แต่มันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จนต้องบอกพี่เค้า เค้าก็ยินดีจอดให้ จริงน่ะฉันว่าจะบอกพี่แกตั้งแต่เข้าตัวเมืองระยองแล้ว แต่ก็น่ะนะ คิดว่ามันคงใกล้ถึงแล้ว แต่มันก็ยังอีกไกล ผ่านไปปั๊มหนึ่งก็แล้ว ก็ไม่กล้าบอก ผ่านไปปั๊มที่สองก็มองอย่างตาละห้อย นึงว่าเค้าจะแวะปั๊มให้แต่ที่ไหนได้ฏเลยทุกปั๊ม เพราะเห็นบอกว่าจะแวะเติมน้ำมัน แต่ฉันก็เห็นว่าไม่ได้การแล้ว ก็เลยได้บอกออกไป โอ้ย พอจอดเท่านั้นแหล่ะ ฉันก็วิ่งลงรถข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เพราะมันจะออกตัวเมืองแล้ว ปั๊มก็ไม่ค่อยมี พอไปถึงห้องน้ำแทบแก้ไม่ทัน มันรู้สึกไม่ดีแลย กับการต้องกลั้นฉี่ มันไม่ดีเลยนะ กลัวจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ถ้าเป็นมานี้ก็ซวยเลยล่ะ แต่ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันกลั้นแบบเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ พอๆๆ กับ เรื่องนี้ มาถึงเสม็ด ไปกันแบไม่ค่อยจะรุ็เรืองเท่าไหร่เลย ไปแบบเดาๆ ว่างั้น ฉันก็เคยๆ ได้ยินมาบ้างว่ายังไงยังไง แต่ก็ไม่เคยเข้าไป เคยแต่ผ่าน วันนี้ได้มก็โอเค พอฉันมาถึงท่าเรือ ไม่ต้องตกใจกับสภาพของน้ำบริเวณท่าเรือ ก็เข้าใจนะว่ามันเป็นเขตชุมชนมันก็ต้องเป้นอย่างนี้ แต่เขาก็น่าจะรักษาความสะอาดให้มันเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมืองบ้าง




เรื่อง VIP อีกเรื่องก็คือเรือ โอ้โห แบบว่า ทั้งเรือมีแค่กลุ่มของเรา เท่านั้น งานนี้ไปกัน 9 คน สาวๆ ทั้งนั้น นั้นแหล่ะคือที่มาของทริปนี้ คือ ไม่เสร็จ อิอิ ไม่เข้าตามคอนเซ็ป ของสโลแกนของเกาะ ที่ว่า ไปเสม็ด เสร็จทุกราย ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดขึ้นมา ช่างตั้งมาได้ เสียชื่อเกาะเค้าหมด แต่ก็อย่าไปปคิดอะไรมาก เรือที่เรานั่งกันไปก็ตกคนล่ะ 70 บาท นั่งประมาณชั่วโมงเห็นจะได้ก็กินลมชมวิวจนหลับไป (ซะงั้น) พอถึงอ่าวแสงเทียน ที่เทียบเรือที่พาเรามา ก็สังเกตเห็นได้ว่า มีคนมากับเรือ VIP ของเราด้วยสองคน ชายหญิง (แป่ว) สาเหตุที่เราไม่ได้ไปลงที่อ่าวลงดำ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามาไม่ทันเรือหรือเปล่า แต่เห็นเขาบอกว่ารอเราอยู่ เราก็มาแบบชนิดที่ว่า เร็วเหนือนรก ก็มาถึงที่ท่าเรือพอดี สิบเอ็ดโมงตรงเป๊ะเวลาเรือออกพอดี นั่นแหล่ะเราก็เลยได้มาลงที่อ่างแสงเทียนแต่ก็ไม่ไกลจากอ่างลุงดำมามาก เดินได้ เดินแป๊ป ที่พักที่เราจองเป็นอ่าวลุงดำ ที่พักก็โอ ถ้าใครไม่เรื่องมาก มีแอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ ห้องน้ำในตัว ก็บ้านพักเนอะ บ้านพักที่เราจองก็ถือว่าใหญ่ 3 เตียง ประมาณ 6 ฟุต 2 ห้องน้ำในบ้าน และ 2ห้องน้ำนอกบ้าน ก็ถือว่าสะดวกเลยที่เดียว อ่าวลุงดำถือเป็นอ่าวที่เงียบดี ใครที่ชอบบรรยายกาศเงียบ เป็นกันเอง ไม่หรูหรามากเท่าไหร่ ก็เชิญได้ที่อ่าวลุงดำ หาดอื่นๆ ก็ถือว่าคึกคัก อ่าววงเดือนถือเป็นอ่าวที่ได้้รับความนิยมมาก เป็นหาดที่ยาว เท่าที่สังเกตนะ ก็นักท่องเที่ยวก็ถืว่าเยอะเลยที่เดียว อีกหาดหนึ่งที่ถือว่าน่าจะสวยที่สุดบนเกาะก็น่าจะเป็นอ่าวไผ่ อันนี้ไม่ได้ไปมาเองหรอก แต่ดูที่โปสการ์ดแล้ว ก็สวยดี หาดทรายขาว และยวด้วย น่าเล่นมาก (ในรูป) อยากจะบอกว่าอาหงอาหารบนเกาะก็เป็นธรรมดาน่ะนะ ก็เป็นเท่าตัวอ่ะ ใครไปก็เตรียมตังค์ไปเยอะๆ ล่ะกัน




หมดเรื่อง VIP ก็เป็นเรื่องของความโชคร้ายไหมไม่รุ้ ไปเดินได้สักพักจากที่แดดออก ก็ดีใจแล้ว เพราะตอนที่ออกมาก็เห็นฝ้าครึ้มมาแต่ไกลเลย แต่ก็มองโลกในแง่ดีมากๆ ว่า ที่ระยองน่าจะไม่ครึ้ม พอมาถึงก็แดดได้สักพักก็ฝนตกครับ ตกได้สักพักก็หยุด แล้วก็ตก แล้วก็หยุด อยู่อย่างั้นเราก็เทียวเข้าเทียวออก ไปถ่ายรูป แล้วก็วิ่งหนีฝนกลับ สุดท้ายก็ลงเอ่ยด้วยการนอน






อีกเรื่องเป็นเรื่องตลก เรื่องดูพระอาทิตย์ตก ตลกยังไง ก็ หลังจากฝนตก ก็ไม่รู้จะทำอะไรกัน ก็เลยนอน ตกเย็นก็ลงเล่นน้ำทะเลท่ามกลางสายฝนปรอย พร้อมเด็กน้อยๆ ทีมากับครอบครัว นอกจากนั้นก็ยังมีฝรั่งร่างใหญ่ เล่นด้วย สักพักก็ทนกับความเย็นไม่ไหว ก็พากันกลีบมาที่บ้านพัก หลังจากนั้นก็ลืมเรื่องพระอาทิตย์ตกกันไปเลย เพราะอาหารมือ้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ามันช่างเย้ายวนซะเหลือเกิน เอาเป็นว่าอิ่มหนำสำราญเลยล่ะ กุ้ง หมึก ปลา เรียกว่าเรายกทะเลมาไว้ที่นี้ ฮ่า เอาซะพุงกางเลย อะ กลับมาที่เรื่องพระอาทิตย์ตก ปกติ เค้าจะดูกันตอนเย็นใช่ไหม แต่เราคิดนอกกรอบ ตื่นแต่เช้า มาเอ ที่ป้าเค้าบอกไว้ว่าขึ้นบันไดหลังบ้านพักไปเดินไปซักพักก็จะเป็นผาสำหรับดูพระอาทิตย์ตก ฉันและเพื่อนอีกสองคน ก็พากันเดินไปดู ไม่ไกลก็ถึง ก็สวยน่ะนะ ถ้าฝนไม่ตกและเป็นตอนเย็นคงจะสวยมากถ่ายรูปกันหนำใจแล้วก็ลงมาทานข้าวเช้า แบกเป้ แยกย้ายกันกลับ ด้วยสภาพที่อิดโรยกันทุคน เพราะทั้งขึ้นรถ ลงเรือ จะไม่ทำให้สาวๆ เอวบางร่างน้อยแต่ละคนเหนื่อยกันได้เยี่ยงไรเล่า เฮ้อ สุดท้ายทริปดูเหมือนไม่เสร็จ คงจะต้องไปเยือนอีกครั้งให้ได้ ไปซึมซับบรรยากาศสวยๆ ในวันที่อากาศดี ๆ



ดังนั้นขอตั้งชื่อให้ทริปนี้ว่า "เสม็ด....ไม่เสร็จ" โปรดอย่างมองเป็นอย่างอื่น